ADHD37's Blog

นับจากวันที่ได้เริ่มงานเขียน จนถึงวันตรุษจีนที่ผ่านมา “คุณรินดา” ก็ได้ฤกษ์ดีปีขาลทองอันเป็นมงคลแก่ชีวิตตนเอง และครอบครัวเป็นอย่างมากค่ะ เลยได้ฤกษ์เปิดเวปไซต์ของตนเองสักที

http://www.bearkids.info

เชิญทุกท่านที่ผ่านเข้ามา ณ ที่ตรงนี้ แวะไปเยี่ยมบ้านหลังใหม่ อันสมบูรณ์ และสะดวกต่อการใช้งาน ได้ที่เวปไซต์ของ “คุณรินดา” ได้เลยค่ะ

แล้วเจอกันนะคะ

คุณรินดา

เกี่ยวกับฉัน คุณรินดา เป็นนักวิชาการปลายน้ำอิสระ ที่เกิดมาในครอบครัวนักวิชาการ ซึ่งท่านทั้งสองจัดได้ว่าเป็นนักวิชาการที่มีโลกทัศน์กว้างไกล สายตาประดุจเหยี่ยวเลยที่เดียว และคุณรินดาก็ได้รับความรู้จากครูคู่แรก ที่เรียกว่า คุณครูพ่อและคุณครูแม่

ซึ่งท่านทั้งสองได้ให้โอกาสในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ แก่คุณรินดา ไม่ว่าจะในด้านการสอนสั่งสมในรายวิชาการ และในวิชาความรู้ในด้านต่างๆ จนกระทั่งคุณรินดาได้เติบโต เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความอุตสาหะ อดทน และต่อสู้ และไม่เคยยอมแพ้กับชีวิต ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากสักเพียงใด

เมื่อคุณรินดาเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ก็ได้นำวิชาความรู้ที่ถูกสั่งสมมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย และนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการทำงานและ เรียนไปด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งในการทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ ในขณะที่เรียนอยู่เพื่อความอยู่รอด และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของบิดามารดาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้จากการทำงานและเรียนหนังสือไปด้วยกันนั้นคือ ได้ทำให้คุณรินดามีความรู้ความสามารถในหลากหลายแขนง

และเมื่อมีความรู้ความสามารถ รวมทั้งประสบการณ์ผนวกเข้าด้วยกันแล้ว จึงได้เวลาที่คุณรินดา จะผันตัวมาจากการทำงานที่แทบจะครบในทุกแขนงวิชาการ และงานด้านโรงงาน และบริษัท เพื่อที่จะได้นำสิ่งที่ตนเองเก็บเกี่ยวไว้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว มาประยุกต์ และได้จับแนวคิดนั้น ผันมาเป็นแนวคิดด้านการอบรมให้กับส่วนรวม เพื่อเกิดผลพัฒนาได้อย่างสูงที่สุด

ในสังคมไทย ปัจจุบันนี้ มีความต้องการผู้ที่มีศักยภาพ ที่จะสร้างแนวคิดแบบเปิด เพื่อให้มีการประยุกต์แนวคิดนั้นเข้าไปยังหลากหลายศาสตร์ และหลากหลายสาขาที่ต้องนำมาใช้ ดังนั้นแนวคิดแบบเปิดนี้่ โดยพื้นฐานของมนุษย์ได้มีไว้ในตัวตนของมนุษย์ทุกคน หากเพียงแต่ว่า เราจะนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ลองมาติดตามกันค่ะ ว่าเราสามารถประยุกต์แนวคิดได้อย่างไรบ้าง มาศึกษาไปพร้อมๆ กันกับคุณรินดาค่ะ

คุณรินดาคือใคร?

Rinda Eliz ผู้คิดค้นและวางแผนในการพัฒนาแนวคิดแบบเปิดค่ะ

ด้วย จากประสบการณ์ในการทำงานมาหลากหลายด้าน จนแทบจะกลายร่างเป็น สาว multi function ในยุค 2009 จนถึง 2010 ที่เราๆ ทุกคนต้องยืนอยู่บนการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านการศึกษา ในด้านสาขาอาชีพ หรือในตำแหน่งงานที่ใครๆ ก็จ้องจะมานั่งแทนที่เก้าอี้เรา หากแม้นเราป่วยไปภายในวันเดียว ถ้าเราไม่เก่งจริงๆ แล้วล่ะก็ คงมีคนเสียบเข้ามาแทนเราในเก้าอี้ตัวเดิมเลยค่ะ เพราะฉนั้น ที่แห่งนี้คือที่ที่คุณรินดา ได้เข้ามาเพื่อวางและคิดค้นแนวความคิดแบบเปิด เพื่อการพัฒนาศักยภาพของคนไทย ให้ก้าวไกลไปได้ทั่วโลกอย่างไม่ต้องอายใคร ณ สถานที่แห่งนี้ ไม่ต้องกังวลว่าคุณคือใคร หรือคุณจะด้อยค่ากว่าใครหรือไม่ เพราะที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังเดียวกัน สมาชิกในบ้านหลังนี้ จะได้รับสิทธิเท่าเทียมกันค่ะ

มารู้จักประวัติการทำงานของคุณรินดา กันเถอะค่ะ

ส่วนที่หนึ่ง การทำงานร่วมกับบริษัท และหน่วยงานทั้งใน และหน่วยงานระหว่างประเทศในด้านต่างๆ

เรามาเริ่มกันเลยนะคะ

SSUP GROUP

บริษัทเครื่องสำอางค์ในเครือ Cutepress | Oriental Princess | GNC Thailand | KM Interlab | IBHS
ในนามของ บริษัทคิวท์เพรส สาขาขอนแก่น
ในตำแหน่ง พนักงานเสนอขายสินค้าและดูแลสินค้าคงคลัง

สำนักงานตรวจสอบบัญชี ป.ธุรกิจ
ในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่จัดทำรายละเอียดทางด้านบัญชี

KHON KAEN HOTEL

โรงแรม หรูระดับ 5 ดาว ใจกลางเมืองขอนแก่น ที่ได้รับความไว้วางใจในด้านการจัดเลี้ยง และด้านห้องพักที่สะดวกสบาย และยังมีพร้อมทั้งความบันเทิงในด้านต่างๆ ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างสบายใจ ใน location ที่สามารถสัญจรไปมาได้ตลอดวัน และตลอดคืน
โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จ.ขอนแก่น
ในตำแหน่ง ประชาสัมพันธ์โรงแรมในส่วนงานแผนกต้อนรับและจัดเลี้ยง

HOLY REDEEMER’S SCHOOL NORTHEASTERN , KHONKAEN
โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในตำแหน่ง ครูธุรการ ,ครูสอนภาษาอังกฤษ, และคอมพิวเตอร์

THE BANK OF TOKYO-MITSUBISHI, LTD.

ธนาคารชั้นนำของประเทศญี่ปุ่นที่มีเพียงสาขาเดียวในประเทศไทย ที่ให้บริการทางด้านการเงิน การธนาคารแก่ผู้ที่ติดต่อธุรกิจทั้งในไทย และต่างประเทศค่ะ ที่นี่ได้สอนวิชาความรู้ให้กับคุณรินดา หลากหลายแขนง จนเรียกได้ว่าเป็นอาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่งเลยค่ะ ธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ สาขาประเทศไทยในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่จัดทำบัญชี, พนักงานวิเคราะห์หุ้นและจัดการซื้อขายหุ้นกับทางตลาดหลักทรัพย์, เจ้าหน้าที่แผนกส่งออก และนำเข้า, เจ้าหน้าที่แผนกเงินฝากทั้งด้านใน และด้านรับลูกค้า

MISTEEN / BETTER WAY (THAILAND) CO., LTD.

บริษัท ที่เป็นทั้งผู้ผลิต และจัดจำหน่ายเครื่องสำอางค์ชื่อดังทั่วทั้งไทยและต่างประเทศ ที่นี่สอนกลยุทธ์ในการมองการตลาดรวมทั้งการขายสินค้า และการวางแผนเพื่อทำตาม เป้าหมายได้อย่างสบายๆ ไม่เครียดเลยค่ะ
บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด– [มิสทีน]
ในตำแหน่ง ผู้จัดการเขตจำหน่ายผลิตภัณฑ์

CANON ENGINEERING (THAILAND) CO., LTD.

เป็น บริษัทผลิตชิ้นส่วน ให้กับอุปกรณ์สำนักงานและกล้องถ่ายรูปยี่ห้อดังที่ เป็นที่รู้จักกันไปไกลทั่วโลกกลมๆ ใบนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ก็เป็นอาจารย์ใหญ่คนที่สอง ที่ได้สอนวิทยายุทธ์ด้านการโรงงาน แบบครบสมบูรณ์แบบและจัดฝึกอบรม ในสาขาวิชาที่ผู้บริหารพึงนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด
บริษัท แคนนอน เอ็นจิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
ในตำแหน่ง พนักงานฝ่ายบุคคล, หัวหน้างานแผนกจัดซื้อ, หัวหน้างานแผนกซ่อมบำรุง

BELTON INDUSTRIAL (THAILAND) CO., LTD.

ณ ที่นี้ ได้เข้าร่วมงานกันตั้งแต่ตึก และตัวอาคารยังไม่สำเร็จดี ทำให้รู้จักการทำงานในยุคบุกเบิกโรงงานว่าเป็นอย่างไร ที่สอนให้รู้จักวิชาความรู้ด้านการดูแล คัดสรรบุคลากรให้เหมาะสมกับหน่วยงาน และการจัดการคิดค่าจ้างให้เหมาะสมกับความสามารถ และอีกส่วนงานหนึ่งคือการได้รับเกียรติให้เป็นถึงระดับ Assistant Financial Director ซึ่งถือว่าเป็นการสอนงานในส่วนงานทางด้านการเงินอย่างสมบูรณ์แบบ และให้คุณรินดารู้จักวิธีการบริหารงาน และบุคลากรในระดับที่สูงขึ้น อย่างเห็นคุณค่าในตัวพนักงานไม่น้อยไปกว่าคุณค่าในตัวของตัวเราเอง
บริษัท เบลตัน อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด
ในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบุคคล, Assistant Financial Director

CLASSIC CRAFTS CORPORATION LTD.

ณ วินาทีแรกที่ได้รู้ว่าได้รับตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และดูแลในส่วนของงานด้านการตลาดร่วมกับทางผู้จัดการแผนกการตลาด ทำให้มีความตื่นเต้นดีใจกับงานที่มาจากผลิตภัณฑ์กระดาษสา ที่แห่งนี้ได้สอนคุณรินดาให้รู้จักขั้นตอนการผลิตกระดาษสา รู้จักวัตถุดิบและการทำกระดาษสา ให้เป็นชิ้นงานที่สวยงามระดับประเทศในรูปแบบต่างๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่การทรงจำ ในช่วงหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ
บริษัท สาไทย จำกัด
ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการในการนำเข้า และส่งออกกระดาษสาไปยังต่างประเทศ

สถาบัน สอนภาษา ENGLISH PLUS

ด้วยสัญลักษณ์ตัว e สีส้มสด ที่คนทั่วไปรู้จักดี ที่นี่สอนประสบการณ์ให้กับคุณรินดาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในการบริหารงานทางด้าน การทำสถาบันกวดวิชา หรือ แนวคิดในการประยุกต์การสอนในทุกระดับชั้นการศึกษา และในหลากหลายวัย
ในตำแหน่ง ครูสอนภาษาอังกฤษ ทุกระดับชั้นการศึกษา

สถาบัน สอนภาษา SMART ENGLISH

สถาบัน สอนภาษาที่คนทั่วไปรู้จักดีอีกเช่นกัน ในสถานที่ที่สองนี้ ได้สอนให้คุณรินดาได้ฝึกพัฒนาแนวคิดแบบเปิดในระดับที่สูงขึ้น และพร้อมที่จะกระจายแนวคิด ไปยังสถาบันอื่นที่ได้ร่วมทำกิจการงานด้วยกันค่ะ
ในตำแหน่ง ครูสอนภาษา Part time conversation

สถาบัน สอนภาษาและศิลปะ ดอนเมือง

ณ สถานที่แห่งนี้ เป็นการทำงานกับผู้อื่นเป็นสถานที่สุดท้าย และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านงานศิลปะ กลับมาเพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับคุณรินดา ให้ได้มีศักยภาพในการทำงาน และมีประสบการณ์เพื่อพร้อมแล้วสำหรับธุรกิจส่วนตัวค่ะ
ในตำแหน่ง ครูสอนภาษาอังกฤษ ทุกระดับชั้นการศึกษา และสอนหลักการสนทนาภาษาอังกฤษ

ส่วนที่สอง การเริ่มทำงานอิสระส่วนตัวของคุณรินดา เพื่อนำประสบการณ์จาก ส่วนที่หนึ่งมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

บ้านแห่งความรู้ด้านภาษาและการพัฒนาแนวคิดแบบเปิด ผู้บริหารและผู้คิดวางหลักสูตร การพัฒนาแนวคิดแบบประยุกต์กับสถานการณ์และชีวิตจริง

ณ สถานที่แห่งนี้ คุณรินดาสามารถวางแผนการพัฒนาแนวคิดได้อย่างเต็มที่ ในฐานะผู้ก่อตั้ง และเป็นผู้บริหารให้ บ้านหลังนี้ได้เกิดการพัฒนาแนวคิดแบบเปิด ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเรียนรู้ทาง ภาษาที่สมบูรณ์แบบ และในด้านการฝึกพัฒนาด้านบุคลิกภาพ และการเตรียมตัวเพื่อโครงการพิเศษในทุกๆ ด้านอย่างพร้อมครบที่สุดค่ะ

การสัมมนานั้น คือ คำว่า “สัมมนา” เป็นคำศัพท์บัญญัติ มาจากคำว่า “สำ-มนา” แปลว่า ร่วมใจ (Meeting of the Minds) เป็นการหาคำภาษาไทยใช้แทนคำ “Seminar” นี่เพียงแค่การทำความรู้จัก เราก็ได้เห็นคำว่า “ร่วมใจ” การสัมมนาที่ดี มีคุณภาพ คือการร่วมใจ และผสานใจกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการสัมมนานั้นกลับมาให้ได้อย่างดี และมีคุณค่าในผู้เข้าร่วมการสัมมนาอย่างเป็นที่สุด ในคำว่า Meeting of the Minds หากมองให้ดีๆ ความหมายตีความได้ลึกซึ้งมากค่ะ การ Meeting คือการรวมตัวกันเพื่อการทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และในการรวมตัวแบบ Meeting of the Minds คือการนำหัวใจ หรือนำใจมารวมกันเพื่อกระทำการสิ่งนั้นๆ ให้ลุล่วงไปอย่างได้ผลประโยชน์สูงสุด

นี่คือคำจำกัดความที่ดูมีเสน่ห์ของ Seminar หรือการสัมมนา การเข้าร่วมสัมมนาที่สมบูรณ์ทั้งสองฝ่ายนั้น ผู้เข้าร่วมควรได้รับโอกาสให้ได้มีการเสนอความคิด และข้อวิเคราะห์ หรือการวิจารณ์สัมมนานั้นๆ ได้อย่างเปิดใจ ดิฉันขอเน้นนะคะ ผู้นำสัมมนาก็ควรเปิดใจ เพื่อรับฟังผู้เข้าร่วมสัมมนา เพราะว่าจะทำให้การจัดสัมมนานั้นได้มีคุณค่าในทุกๆ เวลา ทุกๆ นาทีที่ลุล่วงไป

โดยการออกความคิดเห็นหรือวิเคราะห์วิจารณ์นั้นก็ว่ากันไปด้วยหัวข้อ (Topic) ที่ชัดเจน โดยที่การนำเสนอหัวข้อนั้น สามารถนำเสนอได้ในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการเขียน หรือการพูดเชิงบรรยายแนวสรุป และอธิบายในส่วนสาระสำคัญ ที่ควรเน้นให้ผู้เข้าร่วมรับฟังสัมมนาได้มีความเข้าใจ และตามเนื้อหาไปพร้อมๆ กับผู้นำสัมมนาด้วยในเวลาเดียวกัน และในหลายๆ สัมมนาก็อาจเปิดช่องทางให้มีการอภิปรายในหัวข้อนั้นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน และในการอภิปรายนี้ก็ใช้กฎของความใจกว้างด้วยเช่นกันค่ะ ควรเป็นการอภิปรายในเชิงการสนับสนุน หรือโต้แย้งได้ด้วยในเวลาเดียวกัน และหากจะจัดให้มีการอภิปราย ก็ควรกินเวลาเพียง 10-20 นาทีต่อหนึ่งหัวข้อ ก็จัดว่าเพียงพอแล้วค่ะ

ต่อไปเราจะมาพูดถึงจุดมุ่งหมายของการประชุมสัมมนากันนะคะ การจัดสัมมนา มีไว้เพื่อ แก้ปัญหาต่างๆ ในแต่ละหัวข้อที่จัดขึ้น โดยการเรียนรู้ร่วมกัน และใช้การสัมมนาเป็นตัวศึกษาอบรม และเมื่อเราได้หัวข้อที่ผ่านการศึกษาอบรม และมองเห็นปัญหานั้นๆ ออกมาเป็นแนวทางบ้างแล้ว เราก็จะใช้การสัมมนานี้เพื่อเป็นการตัดสินใจ ในการร่างหรือกำหนดให้เป็นนโยบายในการแก้ปัญหานั้นๆ
เมื่อเราทราบถึงจุดมุ่งหมาย ในการเข้าร่วมสัมมนากันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เราก็จะมาพูดถึงองค์ประกอบของการสัมมนากันค่ะ การสัมมนาที่ดีมีคุณค่านั้น อย่างแรกที่สำคัญที่สุด คือ กลุ่มคนที่เข้ามาเป็นผู้ร่วมสัมมนาค่ะ หากไม่มีผู้เข้าร่วม สัมมนาย่อมเกิดไม่ได้ค่ะ มิฉะนั้นจะเป็นการบ้าวิชาความรู้ ที่ผู้นำสัมมนาพูดอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่จัดว่าเป็นการสัมมนานะคะ จะแลคล้ายเป็นการประกาศเสียมากกว่าค่ะ เมื่อได้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแล้ว ก็มามองถึงสถานที่ค่ะ ควรได้สถานที่ที่เหมาะสมแก่การสัมมนา ซึ่งแต่ละสถานที่ก็แตกต่างกันไปกับการจัดสัมมนาแต่ละหัวข้อนะคะ ก็ว่ากันไปว่าจะ in door หรือว่าจะให้เป็น out door ค่ะ ก็เลือกให้เหมาะสม

เมื่อได้สถานที่อันแสนเหมาะเจาะกับการสัมมนาแล้ว และในการจัดสัมมนา ควรกำหนด จุดมุ่งหมายของสัมมนานั้น ๆ รวมทั้งระบบในการเข้าสัมมนาในครั้งนั้น และบอกถึงระเบียบข้อกำหนดต่างๆ ที่ต้องขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมสัมมนาให้ชัดเจนมากที่สุด เพื่อลดการเข้าใจผิด และลดประเด็นขัดแย้ง อันเป็นเหตุให้การสัมมนานั้นๆ ต้องหยุด หรือสะดุดไป และนอกเหนือจากนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาก็ควรเปิดใจกว้าง เพื่อยอมรับวัตถุประสงค์ของการจัดการสัมมนานี้ก่อนนะคะ จึงจะได้เป็นการสัมมนาที่เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ผู้ที่เข้าร่วมในสถานที่แห่งนั้นทุกคนพร้อมกันค่ะ

เมื่อเราทราบจุดมุ่งหมาย และองค์ประกอบของการสัมมนาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ เราก็มามองในแนวทางของลักษณะโดยรวมที่เป็นการสัมมนาที่ดี และมีคุณค่ากันค่ะ การสัมมนาที่ดีจะเกิดได้ ก็มาจากจุดหลักที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจสัมมนาคือ ผู้เข้าร่วมสัมมนานั่นแหละค่ะ ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นไหมคะว่า คุณมีคุณค่ากับผู้จัดการสัมมนามากเพียงไร เพราะการสัมมนาที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้รับทราบวัตถุประสงค์นั้นอย่างแจ่มแจ้งเด่นชัด เพื่อที่เราจะได้ดำเนินกิจกรรมสัมมนาไปโดยปราศจากความคลางแคลงใจ และก็เป็นไปอย่างต่อเนื่องในเนื้อหา และทำให้สาระดูไม่น่าเบื่อ และดูมีคุณค่าแก่การรับฟังค่ะ

เมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์ เราก็มาจัดกิจกรรมในการแก้ปัญหา หรือถกหัวข้อสัมมนานั้นๆ ร่วมกันค่ะ เมื่อมีกิจกรรม ก็จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้เข้าร่วมการสัมมนาแต่ละคน ทำให้เกิดการแชร์ความรู้ เกิดการแบ่งปันประสบการณ์กันได้โดยไม่รู้ตัวค่ะ ในการจัดกิจกรรมก็มีหลากหลายลักษณะดังที่ได้กล่าวไปแล้วค่ะ อาจเป็นการโชว์เดี่ยว โชว์แนวคิดความสามารถของผู้เข้าร่วมสัมมนา หรือ การเปิดเวทีอภิปราย หรือกลุ่มเล็กๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม ว่าเหมือนหรือคล้าย หรือแม้กระทั่งแตกต่างกันอย่างไร และก็ยังเป็นโอกาสในการแสดงทัศนคติที่ดีต่อปัญหา หรือหัวข้อในการจัดการสัมมนานั้นๆ จากผู้เข้าร่วมการสัมมนาด้วยแนวคิดของแต่ละคนด้วยค่ะ

หากเป็นการจัดกลุ่มเพื่อแก้หรือถกในแต่ละหัวข้อ ก็ควรเป็นการระดมความคิดร่วมกัน ให้ได้มาเป็นใจความสำคัญด้วยนะคะ และสิ่งที่สมบูรณ์ไปยิ่งกว่านั้นคือ หากในแต่ละกลุ่มได้มีผู้นำกลุ่มที่ดี มีทัศนคติที่เปิดกว้าง และมีความกล้าในการแสดงออกเพื่อแสดงลักษณะการเป็นผู้นำอีกด้วยค่ะ และการสัมมนาที่ดีและมีประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนานั้นคือ ผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องพร้อมที่จะฟังสาระสำคัญ หรือแนวคิดใหม่ๆ จากผู้นำสัมมนาด้วยค่ะ เพื่อที่จะนำไปเป็นทางเลือกแนวคิด และนำไปปรับปรุงเพิ่มเติมให้หัวข้อที่ท่านมาเข้าร่วมนั้นมีความหนักแน่นใน เนื้อหา และมีทางออกของปัญหานั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

“ฉันคือผู้นำสัมมนา ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย”

ผู้นำสัมมนาคืออะไร?

หลายคนคงสงสัย และอยากตั้งเป็นคำถาม บางคนก็ถามบ้าง บ้างคนก็ไม่ถาม และตัดสินใจด่วนสรุปเอาเอง แต่ในวันนี้ จะมาขยายความให้ได้รับทราบโดยทั่วกันค่ะ บางคนนึกถึงการสัมมนา ก็ร้องกันโอดโอย เบื่อบ้างล่ะ เซ็งบ้างล่ะ ไปหลับบ้างล่ะ นั่นคือแนวคิดในด้านการจัดสัมมนาแบบบังคับฟัง หรือเป็นการจัดสัมมนาแบบ One-way talking คือไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม ที่เขาเหล่านั้นอุตส่าห์นั่งฟังกันอย่างหลังขดหลังแข็ง บางคนก็ต้องจดบ้างกันลืม แต่บางสัมมนา ก็มีเอกสารแจกให้เป็นเล่ม เปรียบเสมือนจะรู้กันดีว่า ผู้เข้ามารับฟังการสัมมนาคงไม่ได้อะไรติดตัวกลับไป

หลังจากที่ดิฉันได้คร่ำหวอดกับการเข้ารับการสัมมนามานาน และยังรวมถึงการได้เป็นผู้นำการสัมมนา หรือบางคนอาจเรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่าวิทยากร แต่ในความคิดความรู้สึกดิฉัน คำว่า “ผู้นำสัมมนา” มันดูมีเสน่ห์ น่าฟัง และดูมีสาระในคำเรียกนั้นมากกว่าคำว่า “วิทยากร” (ในด้านความคิดความรู้สึกส่วนนี้ ขอเป็นความคิดส่วนตัวของดิฉัน หากใครคิดว่าดิฉันคิดไม่ถูกกรุณาอย่าตำหนิ แต่หากท่านคิดเฉกเช่นเดียวกับดิฉัน ดิฉันยินดีให้ท่านเป็นส่วนหนึ่งในความคิดเดียวกันได้เสมอค่ะ)

ดังที่ได้กล่าวรายละเอียดของความหมาย และลักษณะ รวมทั้งองค์ประกอบของการสัมมนาที่ดี ไว้ในบล็อคนี้ก่อนหน้านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ก็ได้เวลามาทำความรู้จักกับผู้นำสัมมนากันซะทีนะคะ

ผู้นำสัมมนา ถือว่าเป็นสีสันอันสดใส ในการจัดการสัมมนา สวยงามและมีบทบาท ไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ในการทำสัมมนาเลยนะคะ การสัมมนาจะน่าฟัง หรือน่าเบื่อ หรือน่าหลับ ก็ต้องจับประเด็นอยู่ที่ผู้นำสัมมนานี่ล่ะค่ะ ผู้นำสัมมนาไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดตัวหนังสือออกมาเป็นภาษาพูด และภาษากายที่มีลูกเล่น ลีลา เพื่อทำให้เนื้อหานั้นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นเพียงอย่างเดียวนะคะ ผู้นำสัมมนาที่ดี ควรมองเข้าไปให้ถึงความรู้สึก ของผู้เข้าร่วมสัมมนาที่กำลังเข้าร่วมกิจกรรมการสัมมนานั้นๆ อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะการพูดเพียงฝ่ายเดียว แต่ไม่สนใจผู้ฟัง นั่นย่อมไม่ใช่นักพูดที่ดี และยังขาดจรรยาบรรณของนักพูดที่ดีอีกด้วยนะคะ

การจัดกิจกรรม ก็ถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผู้นำสัมมนาที่ดี ควรมีความรู้ และมีความสามารถ เพื่อให้การสัมมนาในแต่ละหัวข้อไม่น่าเบื่อมากจนเกินไปนัก กิจกรรมที่ผู้นำสัมมนาคัดเลือกมา ก็ควรสอดคล้องและทำให้มีสีสันและมีสาระในการสัมมนานั้นๆ ด้วยเช่นกัน และควรเป็นกิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมรับฟังการสัมมนาได้นำไปใช้ และนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อเพิ่มมูลค่าในเชิงการปฏิบัติให้การสัมมนานั้นๆ เป็นสัมมนาที่เกิดโดยผู้นำสัมมนา ที่มีคุณลักษณะที่พร้อมครบสมบูรณ์ค่ะ

ผู้นำสัมมนาที่ดีนั้น หากว่ามีคุณลักษณะในการชักจูง ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ร่วมกิจกรรมกันอย่างเต็มใจ เต็มความสามารถได้ ก็จะถือว่าเป็นผู้ที่มีแนวคิดการชักจูงจิตใจ และมีความเป็นผู้นำสูง การเป็นผู้นำสัมมนาคงไม่ใช่เพียงแค่มาถ่ายทอดเนื้อหาสาระ และพูดตามเนื้อหาที่ได้รับมาเท่านั้น แต่ผู้นำสัมมนาควรมีประสบการณ์มาเป็นตัวชี้แนะ และเป็นตัวอย่างให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้สนุกสนาน และคลายเครียดด้วยในเวลาเดียวกัน การใช้ภาษากาย ภาษาตา ภาษาท่าทางในการแสดงออก ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่เข้ารับการสัมมนา ได้มีความรู้สึกว่าไม่ห่างไกลกันจนเกินไปนัก และนอกจากภาษาต่างๆ ที่ใช้สื่อแทนตัวอักษรได้แล้วนั้น ผู้นำสัมมนาที่ดีควรมีความสามารถ สะกดให้ผู้เข้ารับฟังสัมมนาได้มีความสนใจ ในเนื้อหาสาระที่ตนได้นำมาเสนอ เป็นหัวข้อในแต่ละครั้งด้วยเช่นเดียวกัน

การมีรังสีพิเศษ หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “รังสีออร่า” ก็ดูจะไม่แปลก สำหรับผู้นำสัมมนาที่ไม่ได้ติดอยู่กับเก้าอี้ที่มีคนมาจัดไว้ให้ หรือซ่อนกายภายหลังโพเดียมที่ตกแต่งดอกไม้ดูสวยงามตา แต่รังสีพิเศษเช่นนี้จะแผ่ออกมาได้ก็ต่อเมื่อ ผู้นำสัมมนาได้ขยับเขยื้อนกายออกมา และได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการสัมมนาแบบใกล้ชิด หากเป็นเวที ก็สามารถนำสัมมนาได้ในลักษณะการยืน เพื่อให้สื่อภาษาท่าทางได้คล่องแคล่ว และไม่มีทีท่าเคอะเขิน หากทำได้เช่นนี้ รังสีออร่า แผ่กระจายไปถึงหลังห้องเป็นที่แน่นอนค่ะ

ดังที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมด คือลักษณะของผู้นำสัมมนาที่ทำให้บรรยากาศการสัมมนานั้นไม่วังเวง และชวนให้เกิดการหลับใหลมากจนเกินไปค่ะ แต่ในทางตรงกันข้าม การเป็น Seminar Leader ที่มีคุณภาพแบบมืออาชีพนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากผู้นำสัมมนานั้นไม่ใช่คนที่มีความมั่นใจในตนเองค่ะ

รับปรับพฤติกรรมเด็กที่มีปัญหาด้านสมาธิทุกแบบ

โดย คุณรินดา ค่ะ ผู้คร่ำหวอดและมีความคุ้นเคยกับเด็กที่มีภาวะเสี่ยงด้านสมาธิมานับสิบปีค่ะ

เด็กที่มีปัญหาด้านสมาธิ คงสร้างความวุ่นวายใจให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลมาก จนกระทั่งเกิดความวุ่นวายภายในบ้านได้นะคะ การที่เด็กมีปัญหาทางด้านสมาธิ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาการป่วยที่เกิดจากสารเคมีในสมองเด็กเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นองค์ประกอบภายนอก หรือสิ่งที่เป็นปัจจัยรอบตัวเด็กไม่ว่าจะเป็นการดูแล การเลี้ยงดู การดำเนินชีวิตของเด็ก ก็ล้วนแต่กระตุ้น หรือเป็นส่วนเสริมให้เด็กมีอาการมากขึ้นเป็นลำดับได้ค่ะ

หลากหลายบ้านตัดสินใจแก้ปัญหาให้กับลูกๆ หรือเด็กที่อยู่ในภาวะผิดปกติด้านสมาธิด้วยการพาไปหาคุณหมอ และจบลงที่การกินยา การกินยาก็ถือว่าเป็นวิธีที่ได้ผลรวดเร็ว เห็นผลได้ทันใจค่ะ เพียงแต่ว่า เป็นการรักษาที่ไม่ได้เป็นการรักษาที่ถาวร และก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ลูกหรือเด็กๆ เหล่านั้นจะสามารถอยู่และใช้ชีวิตได้เองโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือช่วยที่เรียกกันว่า “ยา”

การรักษาด้วยยา จะส่งผลแก่ผู้ปกครองเป็นที่แน่นอนค่ะ หากยานั้นขาดตลาดเมื่อใด ท่านผู้ปกครองหลายท่านคงกังวลใจกันเป็นอย่างมาก เพราะเหตุที่ว่าไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของลูกๆ หรือเด็กเหล่านั้นได้ และการรักษาด้วยยา ก็ทำให้เด็กนิ่งได้ ในขณะที่ยานั้นออกฤทธิ์บังคับอยู่ และเมื่อหมดฤทธิ์ยา เด็กๆก็จะกลับมาสู่ภาวะที่เป็นปัญหา เหมือนด้งปกติก่อนรับประทานยา และหากเด็กเหล่านั้นยังมีอาการผิดปกติที่รุนแรงมากขึ้น การใช้ยาก็ต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งนั่นก็หมายถึง การเพิ่มค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ปกครองมากขึ้นเช่นกันค่ะ

แต่ ณ วันนี้ การบรรเทาอาการ หรือการปรับพฤติกรรมเด็ก ให้รู้จักใช้ชีวิตในภาวะสมาธิที่ค่อนข้างเป็นปกติที่สุด ก็ถือได้ว่าเป็นอีกแนวทาง ที่จะช่วยเด็กที่มีปัญหาทางด้านสมาธิในทุกๆ รูปแบบ ได้มีวิถีทางดุจดังเช่นเด็กปกติทั่วไป และก็ไม่เป็นปัญหากับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมของเด็กเองด้วยค่ะ ซึ่งการปรับพฤติกรรมนี้ เปรียบเสมือนทางเลือกใหม่ให้กับเด็กที่มีปัญหาด้านสมาธิอีกวิธีหนึ่งที่หลายๆ ท่านอาจยังมองไม่เห็นได้เด่นชัด การปรับพฤติกรรมนี้ ต้องใช้ผู้ดูแลที่มีความเข้าใจต่อภาวะทางด้านสมาธิที่บกพร่องในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสมาธิสั้น หรือภาวะทางสมาธิที่ก่อให้เกิดปัญหากับคนรอบข้าง และภาวะความเสี่ยงในการมีปัญหาทางด้านสมาธิของเด็กคนใดคนหนึ่งนั้น ในระยะยาวหากเรามองให้ดีๆ ภาวะที่เด็กนั้นไม่ได้รับการบำบัดอาการให้ดีขึ้น หรือหากท่านผู้ปกครองและผู้ดูแล ได้ละเลยการบำบัดอาการเด็กไปแล้ว ก็อาจส่งผลสะท้อนกับตัวเด็กโดยตรงในด้านการใช้ชีวิตกับสังคมส่วนรวม เด็กอาจมีภาวะขาดความมั่นใจ และเกลียดสังคมในขณะที่เด็กนั้นได้เติบโตขึ้นมา

ณ วันนี้ผู้เขียน ได้ทำการศึกษาด้านการบำบัดพฤติกรรมเด็กในหลากหลายด้านอย่างต่อเนื่อง และขอทำความเข้าใจแก่ผู้ที่อาจสงสัยว่าคือการบำบัดในแนวทางใดนะคะ ผู้เขียนขอบอกว่า ผู้เขียนศึกษาการบำบัดและทำในลักษณะด้านการศึกษาอาการ และเน้นการปฏิบัติในเชิงศึกษาพฤติกรรมค่ะ ดังนั้นจึงไม่ใช่การรักษาด้วยยา ดุจดังเช่นคุณหมอทั่วไป ก็อย่างที่ได้เคยกล่าวให้ฟังข้างต้นว่า เกิดจากการทำงานและคร่ำหวอดอยุ่ในวงการที่มีเด็กสมาธิสั้นอยู่ด้วยตลอดค่ะ จึงได้ทำเป็นกรณีศึกษาและเก็บเกี่ยวสาระรายละเอียดมาเป็นลำดับค่ะ และจากประสบการณ์ซึ่งได้ทำการบำบัดพฤติกรรมเด็กที่มีภาวะเสี่ยงทางสมาธิบกพร่องในด้านต่างๆ และยังรวมไปถึงการนำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงหลักสูตรในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้นำหลักการปฏิบัติของต่างประเทศในหลากหลายวิธีมาใช้กับเด็กไทยในทุกวันนี้แล้วค่ะ และในการศึกษาอย่างต่อเนื่องของผู้เขียนนั้น ทำให้แนวทางการบำบัดพฤติกรรมได้มีแนวทางที่หลากหลาย และกว้างออกไป เพื่อที่จะครอบคลุมภาวะเสี่ยงด้านสมาธิและพฤติกรรมที่ผิดปกติในหลากหลายด้านเพิ่มเติมไปในหลายๆ ระดับด้วยค่ะ

การปรับพฤติกรรมของผู้เขียนนี้ ไม่ได้มีการใช้ยาร่วมกับการปรับพฤติกรรมค่ะ เราจะทำการปรับพฤติกรรม และยึดหลักทีว่า เราปรับที่หัวใจ และสิ่งที่เด็กปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวันค่ะ เพราะการที่ผู้เขียนจัดคอร์สปรับพฤติกรรมขึ้นมานั้น ก็เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับท่านที่ไม่ต้องการให้ลูก หรือเด็กๆ ต้องรักษาด้วยยาเพียงวิธีเดียวเท่านั้นค่ะ และการรักษาอาการผิดปกติใดๆ ที่ไม่ใช้ยา และสามารถทำได้อย่างถาวร ถือว่าเป็นหัวใจการรักษาที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ

หากท่านใดมีความสงสัยในเรื่องภาวะความบกพร่องทางด้านสมาธิของเด็กในการดูแลของท่าน หรือท่านที่ได้รับข้อมูลมาว่า ลูกของท่านเป็นเด็กสมาธิสั้น หรือท่านที่มีความไม่แน่ใจว่า เป็นภาวะสมาธิสั้นจริงหรือไม่ สามารถติดต่อขอนัดพบเจอ เพื่อพูดคุยและสอบถามกับผู้ที่ทำกิจกรรมบำบัดนี้ได้โดยตรงค่ะ

ผู้เขียนขอรับการติดต่อสื่อสารทางด้าน E-mail เป็นลำดับแรกค่ะ และเมื่อนัดเวลาตรงกันแล้ว ก็สามารถนัดเจอและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ

E-mail address:     bearkids@live.com

แล้วเรามาแก้ปัญหาเด็กๆ ที่มีภาวะเสี่ยงด้านสมาธิด้วยกันนะคะ ไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจของเราทุกคนค่ะ และในบทความถัดไป ก็จะได้อ้างถึง “สมาธิสั้นในผู้ใหญ่” ด้วยนะคะ อย่าลืมมาติดตามกันต่อนะคะ

คุณรินดา

เด็กในกลุ่มอาการสมาธิสั้นคงเป็นเด็กที่ผู้ปกครองหลายท่านมีความเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย เนื่องจากพฤติกรรมส่วนบุคคลของเด็กกลุ่มนี้ มีการส่งผลต่อเนื่องมายังการรับรู้เนื้อหาวิชาในการเรียนการสอนในแทบจะทุกรายวิชา ในหลายครั้งหลายคราที่เด็กไม่สามารถจำเนื้อหาวิชาที่ได้ร่ำเรียนไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำไป หรือที่ยิ่งเป็นปัญหาหนักไปกว่านั้นคือ เด็กอาจไม่ได้มีความอดทนที่จะสนใจ หรือรับฟังเนื้อหา หรือสิ่งที่ครูพยายามที่จะสอนเสียด้วยซ้ำไป

สิ่งเหล่านี้เนื่องมาจากการผิดปกติของสารเคมีภายในสมองของเด็กเหล่านั้นเอง ซึ่งทางผู้ปกครองคงทำได้ดีที่สุดเพียงแค่การให้รับประทานยาเพื่อควบคุมอาการ แต่ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมเหล่านั้นของเด็กจะหายไปเพราะการออกฤทธิ์ของยาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ปกครองเกิดความเครียด และวิตกกังวล เมื่อยานั้นหมดฤทธิ์ หรือเมื่อเด็กกลับมามีอาการซ้ำแบบเดิมอีกครั้ง

การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กกลุ่มสมาธิสั้น ก็จัดได้ว่าเป็นปัญหาให้แก่ผู้ที่ไม่ได้มีความชำนาญในการทำความเข้าใจกับเด็กกลุ่มนี้ได้มากพอสมควร นอกจากความเข้าใจในพฤติกรรมส่วนตัวของเด็กกลุ่มนี้แล้ว ทางครูผู้สอนยังควรที่จะต้องหาทางเพิ่มทักษะในการเรียนรู้ที่มิใช่การบังคับให้เด็กพยายามทำความเข้าใจเนื้อหา เพราะนั่นยิ่งเป็นการทำร้ายความรู้สึกทางด้านการรับรู้ของเด็กอย่างร้ายแรงทีเดียว แต่ในทางที่เหมาะสม ครูผู้สอนควรมีความเข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการเรียนการสอนที่มีคุณภาพกับเด็กกลุ่มสมาธิสั้นเหล่านี้

คงจะหนีไม่พ้นหลักการมองเด็กอย่างเข้าใจด้วยหลักการจิตวิทยาสำหรับเด็กกลุ่มสมาธิสั้นโดยเฉพาะ เมื่อเรารู้จักที่จะมองในจุดที่เด็กเป็นและนำจุดนั้นมาก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ที่เด็กไม่ต้องอยู่กับเสียงดุด่า ว่ากล่าวแบบที่ทำให้เด็กไม่อยากจะเดินเข้ามาในห้องเรียนอีก แต่เราควรจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องเข้ากับพฤติกรรมที่เด็กเป็นรวมทั้งเข้าใจและปรับกระบวนการเรียนการสอนให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา

จากการวิเคราะห์และทำความเข้าใจ รวมทั้งการสอนเด็กในกลุ่มสมาธิสั้นมาเป็นช่วงระยะเวลายาวนานช่วงหนึ่งทำให้ผู้เขียนทราบว่าเราควรจัดการกับปัญหาอย่างนี้ได้อย่างไร ดังนั้นผู้เขียนจึงได้มีการเปิดคอร์สการเรียนการสอนอยู่ด้วยกันสองลักษณะดังนี้

ลักษณะที่หนึ่ง การเรียนการสอนในด้านการจัดระบบการคิดสำหรับเด็กกลุ่มสมาธิสั้นด้วยสื่อต่าง ๆ ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ และเป็นสื่อที่เด็กสามารถสัมผัสด้วยตัวเด็กเองได้ และเด็กสามารถพบเห็นสิ่งที่คล้ายสื่อนี้ได้โดยทั่วไป เพื่อให้เด็กได้เข้าใจ และเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นจริง และยังรวมถึงการมองจากพฤติกรรมหลักที่เด็กเป็นและนำมาวิเคราะห์ร่วมกับหลักความเป็นจริงในการจัดระบบกระบวนการคิดและการจัดการด้านการรับเนื้อหาความรู้ของเด็ก และให้เด็กได้นำการจัดการนั้นมาใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป

ลักษณะที่สอง การจัดการด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กกลุ่มสมาธิสั้น เพื่อให้เด็กได้นำกระบวนการเรียนรู้จากลัษณะที่หนึ่งข้างต้น มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการฝึกทักษะด้านภาษาอังกฤษต่อไป และในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กกลุ่มสมาธิสั้นนี้ ต้องอาศัยผู้ที่มีความอดทนด้วยความเข้าใจในตัวเด็ก และมีความชำนาญในการวิเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาที่ตัวเด็กโดยตรง

ทางผู้เขียนหวังว่า การจัดการกระบวนการเรียนการสอนนี้ เป็นประโยชน์ให้แก่เด็กมามากแล้วหลายต่อหลายกลุ่ม จึงได้มีแนวคิดในการขยายผลต่อเนื่องมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นลำดับถัดไป

หากท่านมีความประสงค์ที่จะขอรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมให้แก่บุตรหลานของท่าน ท่านสามารถติดต่อมาได้ที่อีเมล์ที่แนบไว้ให้นะคะ

E-mail

bearkids@live.com